“ช่วงนี้ฉันดูหม่นหมองหรือเปล่า” ความกังวลในเด็กที่มักถูกมองข้าม

Published : พฤษภาคม 9, 2023 | Blog | Editor :

“ตอนเป็นเด็กสบายที่สุดแล้ว” 

หลายคนอาจคิดว่าการเป็นเด็กนั้นน่าอิจฉา เพราะสามารถใช้ชีวิตตามใจโดยไม่มีเรื่องเครียดมารบกวน ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร มีแต่เล่นสนุกอย่างมีความสุขทุกวัน แต่ที่จริงแล้วเด็กๆ ก็มีความวิตกกังวลและความกลัวในแบบของตัวเองที่ผู้ใหญ่มักมองข้ามและคาดไม่ถึง 

เพราะเด็กรับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนฟองน้ำที่พร้อมจะดูดซับทุกอย่างรอบตัว พวกเขามีความรู้สึกหลายอย่างในใจ แต่เพราะขาดประสบการณ์จึงไม่รู้ว่าจะถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้นออกมาเป็นคำพูดอย่างไร สิ่งที่ผู้ปกครองสามารถให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ได้คือการคอยสนับสนุนในสิ่งที่เขาเลือก คอยอยู่เคียงข้างและให้คำแนะนำเมื่อพวกเขาต้องการ 

ในเรื่อง ‘แม่มดกิกิผจญภัย’ เราจะได้เข้าใจความกังวลของเด็กผ่านตัวละคร ‘กิกิ’ เริ่มตั้งแต่ที่เธอต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตระหว่างการเป็นคนธรรมดากับเป็นแม่มด ซึ่งการเลือกเส้นทางแม่มดทำให้กิกิต้องย้ายจากบ้านเกิดมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามลำพังในเมืองแปลกหน้า ต้องค้นหาวิธีใช้ชีวิตของตัวเองให้เจอภายใน 1 ปี ภารกิจเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเด็กอายุสิบสาม กว่าทุกอย่างจะลงตัวก็ทำงานพลาดจนเสียใจและเสียน้ำตาไปไม่รู้กี่ครั้ง แม้เธอจะรู้ดีว่าหากไม่ไหวก็สามารถกลับบ้านได้เสมอ แต่เธอก็กังวลว่าการกลับบ้านจะเป็นการประกาศยอมแพ้ที่น่าอับอาย

ส่วนใน ‘แม่มดกิกิผจญภัย 3’  กิกิโตขึ้นมาอีกหน่อย เป็นสาวน้อยอายุ 16 ปี ซึ่งถือว่าไม่เด็กแล้ว เธออยู่ในช่วงวัยรุ่นที่มีเริ่มมีความกังวลแบบผู้ใหญ่ ในเล่มนี้จิตใจของกิกิดูจะเปราะบางเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะมีเรื่องให้รับผิดชอบมากกว่าเดิม เธอยังต้องฝึกประคับประคองความสัมพันธ์กับคนรอบตัว แต่สิ่งที่สั่นคลอนความมั่นคงในจิตใจมากที่สุดคือการปรากฎตัวของ ‘เกะเกะ’ แม่มดเด็กที่ดูพยายามจะแย่งตำแหน่งแม่มดขวัญใจชาวเมืองไปจากเธอ ซึ่งทำให้กิกิตั้งคำถามกับตัวเองตลอดเวลาว่า “ฉันยังจำเป็นต่อเมืองนี้อีกไหมนะ?”

นอกจาก ‘จิจิ’ แมวดำคู่ใจแล้ว ไม่มีใครดูออกว่ากิกิเอาแต่กังวลเรื่องโน้นเรื่องนี้ เพราะทุกคนมองว่าเธอคือแม่มดน้อยแสนสดใสน่ารัก ความคาดหวังจากชาวเมืองทำให้เธอตกอยู่ในสภาวะกดดันเพราะไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวัง กิกิเริ่มหลงลืมความต้องการของตัวเอง และสับสนว่าความสามารถที่แท้จริงของเธอคืออะไร แต่โชคดีที่เธอยังมีคนคอยยื่นมือให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าจิจิเองที่คอยพูดเตือนสติ คุณโอโซโนะที่ใส่ใจคอยสังเกตความรู้สึกของเพื่อนบ้านตัวน้อย และบรรดาลูกค้าที่คอยปลอบเมื่อทำงานพลาด แต่สิ่งที่ทำให้กิกิรู้สึกดีขึ้นได้ทุกครั้งคือจดหมายตอบกลับจากคุณแม่โคกิริ 

ความวิตกกังวลของเด็กในแต่ละช่วงวัยไม่ใช่เรื่องเข้าใจยาก เพียงต้องหมั่นใส่ใจและให้คำแนะนำจนกว่าพวกเขาจะเรียนรู้และมีประสบการณ์ เด็กๆ ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้รับรู้ว่าพ่อแม่จะคอยอยู่เคียงข้าง นั่นคือของขวัญที่ดีที่สุดที่เด็กคนหนึ่งจะได้รับ

แท็ก