Book vs Movie ดัดแปลงหรือไม่เคารพต้นฉบับ
Published : ธันวาคม 2, 2022 | Blog | Editor :

นิยาย The Shining และภาพยนตร์ของสแตนลีย์ คูบริก ถือเป็นผลงานคลาสสิกทั้งคู่ แต่สิ่งที่โดดเด่นในภาพยนตร์หลายเรื่องกลับไม่ปรากฎในหนังสือ หรือนำเสนอในรูปแบบที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากต้นฉบับ
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ภาพยนตร์จะมีรายละเอียดที่ต่างออกไปจากหลายๆ สาเหตุ เช่น ข้อจำกัดเรื่องเวลา ความยาว หรือแม้แต่การตีความ ซึ่ง The Shining ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของสิ่งที่กล่าวไปข้างต้น มันได้รับทั้งคำชมในแง่การถ่าย กลิ่นอาย และความน่าขนลุก ในขณะที่บางคนก็บอกว่าเรื่องเดินช้า ขาดความหวาดกลัว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดตัวละครและตอนจบ
แต่บางจุดที่คูบริกเปลี่ยนแล้วไม่ได้ส่งผลอะไรกับเรื่องก็มี เช่น การเปลี่ยนหมายเลขห้องจาก 217 เป็น 237 เนื่องจากโรงแรมที่ใช้ถ่ายทำขอไว้ เพราะกลัวว่าแขกที่จะเข้าพักในอนาคตจะหลีกเลี่ยงห้องดังกล่าว
ส่วนรายละเอียดใหญ่ๆ ที่ถูกดัดแปลงจนแทบไม่เหลือเค้าของต้นฉบับมีอะไรบ้าง ตามมาอ่านกัน

โรงแรมผีสิง
ในนิยายเป็นที่ชัดเจนมากว่าโรงแรมโอเวอร์ลุกมีผีสิง มีสิ่งเหนือธรรมชาติ และเป็นสาเหตุที่ทำให้แจ็กคลั่ง ส่วนในภาพยนตร์การที่แจ็กเดินหน้าสู่ความบ้าคลั่งนั้นคลุมเครือกว่า และดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นจากภายในจิตใจ สุขภาพจิตของเขาเองต่างหากที่พังลง โดยไม่ได้รับอิทธิพลจากผีหรือวิญญาณ

ต้นฉบับของแจ็ก
ทั้งสองเวอร์ชัน แจ็กเป็นนักเขียนที่ดิ้นรนกับงานของตัวเองไม่ต่างกัน แต่ในนิยายแจ็กเริ่มเขียนเรื่องอีกครั้งตามประวัติของโรงแรม จากสมุดที่เขาพบ ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อจิตใจเขา แต่ฉบับคูบริกนั้นไม่เคยบอกว่าแจ็กพยายามจะเขียนอะไรอยู่กันแน่ รวมถึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับสมุดเล่มนั้นด้วย คูบริกไม่ได้วางให้ตัวละครที่แสดงโดยแจ็ก นิโคลสันมีสติสัมปชัญญะแล้วค่อยเข้าสู่ภาวะวิกลจริต แต่เขากลายเป็นคนวิกลจริตไปแล้ว
ความแตกต่างนี้ถึงจะดูเล็กน้อย แต่มันเปลี่ยนธรรมชาติทั้งหมดของโครงเรื่องจากสยองขวัญเหนือธรรมชาติไปเป็นสยองขวัญจิตวิทยาแทน ซึ่งทั้งสองแบบก็ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน

เด็กฝาแฝด และลิฟต์เลือด
ฉากที่โดดเด่นที่สุดในภาพยนตร์สองฉากที่ว่านี้ไม่มีในนิยาย ทั้งเด็กหญิงฝาแฝดที่โถงทางเดิน และลิฟต์ที่มีเลือดท่วมเหมือนคลื่นยักษ์ มันคือฉากที่สร้างขึ้นโดยคูบริก ไม่ใช่สตีเวน คิง

ความตายของตัวละครหลัก
เป็นที่โด่งดังมากว่าตอนจบของนิยายกับภาพยนตร์นั้นเรียกได้ว่าหนังคนละม้วน มันไม่มีอะไรคล้ายคลึงกันเลยสักนิด
ทั้งหมดนี้ทำให้ไม่น่าแปลกใจเท่าไรที่สตีเวน คิง จะออกมาพูดว่าเขาไม่ปลื้มภาพยนตร์เลย ต่อให้เขาชื่นชมคูบริกมาก่อนก็ตาม
และเมื่อ Doctor Sleep ถูกดัดแปลงบ้าง ผู้กำกับไมค์ ฟลานาแกน จึงเคารพ The Shining ด้วยการนำฉากโรงแรมในตอนจบมาใส่ไว้เป็นส่วนหนึ่ง
แท็ก
Related Content
มองความรักผ่านปรัชญา ‘Wabi Sabi’ รักที่ไม่สมบูรณ์และไม่สมหวัง ทำไมถึงยังสวยงาม
มองความรักผ่านปรัชญา ‘Wabi Sabi’ รักที่ไม่สมบูรณ์และไม่…
‘A Window to the Future of Colour’ Color Trends of 2024 by TCDC ปกที่เข้ากับเทรนด์สีปี 2024
‘สี’ เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ในการสื่อสารและแสดงอารมณ…
เราอาจไม่ได้เกิดมาเพื่อทำแต่สิ่งดีงาม แต่เราสามารถทำมันได้
คุณคิดว่าจะมีสักกี่คนที่จะลุกขึ้นมาโต้แย้งเกี่ยวกับความ…
