จักรยานที่หายไป


นวนิยายไต้หวันที่เข้ารอบ Longlisted รางวัล The Man Booker International Prize 2018 จากปลายปากกาของอู๋หมิงอี้ นักเขียนมือรางวัล และเป็นผลงานที่ได้รับรางวัลและคำชมจากนักวิจารณ์มากมายอีกเล่มหนึ่ง เป็นนักเขียนไต้หวันแถวหน้าอีกคนที่น่าจับตามองในยุคนี้


จำนวนหน้า : 400 หน้า

ISBN : 9786168293058

  • Promotion ลด

฿329 ฿280

มีสินค้าอยู่ 77

รายละเอียดเพิ่มเติม

นวนิยายไต้หวันที่เข้ารอบ Longlisted รางวัล The Man Booker International Prize 2018 จากปลายปากกาของอู๋หมิงอี้ นักเขียนมือรางวัล และเป็นผลงานที่ได้รับรางวัลและคำชมจากนักวิจารณ์มากมายอีกเล่มหนึ่ง เป็นนักเขียนไต้หวันแถวหน้าอีกคนที่น่าจับตามองในยุคนี้ 

จักรยานที่หายไป เริ่มต้นด้วยเรื่องราวของพ่อกับจักรยานคู่กายที่หายไปพร้อมกันอย่างไร้ร่องรอยเมื่อ 20 ปีก่อน นั่นเป็นบาดแผลลึกในครอบครัวที่ไม่มีใครอยากเอ่ยถึง แม่และลูก ๆ ทั้งเจ็ดเติบโต แก่ เจ็บ ดำเนินชีวิตต่อไปตามเส้นทางของตัวเอง รอยแผลในใจนั้นดูเหมือนจะจางลงตามกาลเวลา ไม่มีใครพูดถึงพ่ออีก แต่ก็ไม่มีใครพูดว่าพ่อตายแล้วเช่นกัน ลึก ๆ แล้วทุกคนต่างรู้ดี แม้จะกลบฝังมันไว้อย่างมิดชิด แต่การหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาของพ่อกลายเป็นเข็มคาใจที่ไม่มีวันหายไปของทุกคน  

เสี่ยวเฉิง ลูกชายคนเล็กของครอบครัว ได้รับจดหมายจากนักอ่านของเขา จดหมายฉบับนั้นถามถึงเรื่องราวของพ่อและจักรยานที่หายไปในนิยายของเขาที่ทิ้งปมไว้อย่างคลุมเครือ คำถามนั้นเองที่กระตุกเข็มที่คาอยู่ในใจอีกครั้ง เสี่ยวเฉิงหันมาสะสมจักรยานเก่า ก่อนตัดสินใจออกตามหาจักรยานที่หายไปของพ่อ ในอีกแง่หนึ่งก็คือการตามหาร่องรอยของพ่อ การเดินทางครั้งนี้ทำให้เขาได้รู้จักใครหลายคนที่เกี่ยวโยงกันด้วยจักรยานโบราณ สงคราม และ “กรรมชะตา” ที่คาดไม่ถึง 

จักรยานที่หายไป เล่มนี้จะพาผู้อ่านเดินทางย้อนเวลาไปสู่ไต้หวันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในยุคที่ไต้หวันยังเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น ผ่านความทรงจำของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับจักรยาน ซึ่งถูกมองว่ามันกำหนดกรรมชะตาและผูกโยงผู้คนในเรื่องเข้าด้วยกัน จักรยานนั้นพาเราปั่นไปทั่วไต้หวัน บางคันมุ่งสู่สมรภูมิรบอันโหดร้ายแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บางคันระหกระเหินกลับมายังบ้านเกิดของมันอีกครั้งในสภาพที่ชำรุด สูญหาย รอการค้นพบ และซ่อมแซมมันอีกครั้ง  

หากได้อ่านประวัติศาสตร์สงครามต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในโลก เราคงเห็นภาพใหญ่ภาพหนึ่ง ใครรบกัน ใครแพ้ ใครชนะ แน่นอนว่า จักรยานที่หายไป คือเรื่องราวที่แต่งขึ้น แต่ก็เป็นภาพจำลองทางประวัติศาสตร์อันทุกข์ตรมของผู้คนในห้วงสงครามได้ราวกับเกิดขึ้นจริง สะท้อนเรื่องราวเล็ก ๆ แต่หนักหน่วงของผู้คน จักรยาน สัตว์ป่า ต้นไม้ ธรรมชาติที่ต่างก็พัวพันกันอย่างแยกไม่ออก และได้รับบาดแผลต่างกรรมต่างวาระกันไป สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้บันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์ แต่ความเจ็บปวดของผู้คนที่ผ่านการสูญเสียในห้วงยามสงครามก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เหมือนที่ตัวละครหนึ่งในเรื่องได้กล่าวไว้ 

“ช่วงหนึ่ง ฉันคิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความสุขหรือความทุกข์ ได้แต่อยู่อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เป็นช่วงเวลาที่ไม่อาจรักใครได้เลย”

หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องการตามหาร่องรอยที่สูญหายไปของจักรยานและพ่อเท่านั้น แต่ร่องรอยชีวิตอันเว้าแหว่งของผู้คนที่ยังอยู่ก็เช่นกัน นี่คือหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่ที่ทำให้เรานึกถึงผลพวงของสงคราม ความทรงจำ ครอบครัว และบ้าน เป็นเรื่องที่เมื่ออ่านจบแล้วก็ยังจุกอกและท่วมท้นอยู่ในใจอีกนาน เราหวังว่าผู้ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะรู้สึกเช่นกัน   

ข้อความจากในเรื่อง

  • “สิ่งที่เรามองเห็นย่อมมีวันสูญหาย” ผมพูดกับลุงฝูอย่างนี้ 

ลุงฝูเช็ดเชิงเทียนปลวกพร้อมกับตอบผม ตาข้างซ้ายของลุงยังคงค้นหาตาข้างขวา “คุณไม่เข้าใจ สิ่งสำคัญไม่ได้      อยู่ที่ ‘ว่างเปล่า’”

  • ช่วงนี้ผมคิดว่า พ่อของคุณ ปาซูย่า และเหล่าโจว ต่างรู้สึกเหมือนมีของแหลมบางอย่างคาอยู่ที่ตัว พวกเขาใช้เวลานานมากในการดึงออกทีละชิ้น ๆ แต่ชิ้นสุดท้ายที่เหลือ พวกเขากลับแทงให้ลึกเข้าไปอีก
  • เรื่องราวมักดำรงอยู่ในยามที่เราไม่รู้ว่าตัวเองผ่านจากอดีตมาสู่ปัจจุบันได้อย่างไร เริ่มแรกเรามักไม่เข้าใจว่าทำไมมันยังคงมีชีวิตเหมือนจำศีลอยู่ในที่ใดที่หนึ่งแม้จะเสื่อมสลายด้วยกาลเวลา แต่ขณะเงี่ยหูฟังก็รู้สึกว่า ทันทีที่มันถูกปลุกให้ตื่นก็จะตามลมหายใจเข้าไปอยู่ในตัวเรา เหมือนเข็มสอดผ่านกระดูกสันหลังเข้าไปในสมอง แล้วแทงเข้าไปในหัวใจในยามที่เราอยู่ระหว่างความร้อนรนกับความเยือกเย็น
  • ซาจื่อบอกว่านักธรรมชาติวิทยาวิจัยพบว่า ปลวกตัวผู้ตัวเมียอาศัยอยู่ในรังร่วมกันเป็นเวลานาน แต่ไม่มีการผสมพันธุ์ ปลวกจำเป็นต้อง (เขาเน้นเสียง) ออกไปจากรัง ผ่านขั้นตอนการบิน สลัดปีก จึงจะผสมพันธุ์กัน

“จำเป็นต้องงั้นหรือ”

“จำเป็นต้องสิ เหมือนชีวิตคนเราที่ต้องเดินไปตามเส้นทางที่กำหนด ไม่อาจหวนกลับ ไม่อาจเดินอ้อม”

  • สงครามเป็นช่วงเวลาที่ลำบากมาก ตอนต้นชิซูโกะก็รุ่มร้อนด้วยเพลิงปรารถนาที่จะสนับสนุนกองทัพพระจักรพรรดิ ต่อมาเปลวเพลิงค่อยๆ มอดลง จนในที่สุดเหลือแต่ประกายไฟกับเถ้าถ่าน เธออยากให้ฝนตกหนักสักห่าเพื่อชำระล้างทุกสิ่งทุกอย่าง เธอจะได้เก็บกวาดสิ่งที่ถูกทำลายจนแหลกละเอียดในช่วงนั้นให้เรียบร้อย
  • ความตายเกิดขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง ตีนเบามือเบา แต่เอาชีวิตไปอย่างเปิดเผย

Reviews

There are no reviews yet.

Be the first to review “จักรยานที่หายไป”

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

หนังสือแนะนำ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า